วันนี้
04-May-2007 10:57 AM
ค้นหา
 
 
หน้าหลัก
ผังเว็บไซต์
ข้อมูลทั่วไป
การจัดทำบัญชี
แบบฟอร์มบัญชี
กฏหมายบัญชี
เรื่องน่ารู้
ผู้จัดทำ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กระดาษทำการ


กระดาษทำการ (Work Sheet or Working Paper)
หมายถึง กระดาษร่างที่ช่วยให้การจัดทำงบการเงินสะดวกรวดเร็วขึ้น ในกรณีที่ไม่มีรายการปรับปรุงกิจการจะทำกระดาษทำการ 6ช่อง (Six-Column Working Paper) ขึ้นก่อนการจัดทำงบการเงิน

รูปแบบของกระดาษทำการ 6 ช่อง ประกอบด้วย
1. ส่วนหัว ประกอบด้วย 3 บรรทัด
                        ชื่อกิจการ
                        คำว่า "กระดาษทำการ"
                        สำหรับรอบระยะเวลา...............สิ้นสุดวันที่..................
2. ช่องชื่อบัญชี
3. ช่องเลขที่บัญชี
4. ช่องงบทดลอง ซึ่งประกอบด้วย ช่องเดบิตและช่องเครดิต
5. ช่องงบกำไรขาดทุน ซึ่งประกอบด้วย ช่องเดบิตและช่องเครดิต
6. ช่องงบดุลซึ่งประกอบด้วย ช่องเดบิตและช่องเครดิต


การจัดทำกระดาษทำการมีขั้นตอนดังนี้

 

  1. พิมพ์ชื่อกิจการที่ A1 และจัดกึ่งกลางระหว่างคอลัมน์ A-คอลัมน์ N
  1. พิมพ์คำว่ากระดาษทำการที่ B1 และจัดกึ่งกลางระหว่างคอลัมน์ A-คอลัมน์ N
  2. พิมพ์ วัน เดือน ปี ที่จัดทำกระดาษทำการที่ C1 และจัดกึ่งกลางระหว่างคอลัมน์ A-คอลัมน์ N
  3. ย่อ-ขยายคอลัมน์ต่าง ๆ ตามรูปแบบโดยเริ่มที่คอลัมน์ A สำหรับช่องเดบิตและเครดิต กำหนดความกว้างให้พอเหมาะและมีขนาดเท่ากัน
  4. ตีเส้นตามรูปแบบ
  5. จัดเก็บในสมุดงานชื่อ WP6
วิธีทำกระดาษทำการ 6 ช่อง


หลังจากจัดเตรียมแบบฟอร์มกระดาษทำการ 6 ช่อง ไว้เรียบร้อยแล้ว
ขั้นตอนต่อไป คือ วิธีทำกระดาษทำการ 6 ช่อง


ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

  1. เปิดสมุดงานชื่อ WP6 (ใช้เมนู File เลือกคำสั่ง Open หรือไอคอน Open หรือกด Ctrl+O)
  2. จัดเก็บสมุดงานในชื่อใหม่ (ใช้เมนู File เลือกคำสั่ง Save As)
  3. พิมพ์หัวกระดาษทำการ (ชื่อกิจการและวัน เดือน ปี ที่จัดทำกระดาษทำการ)
  4. พิมพ์รายการจากงบทดลองหรือจากบัญชีแยกประเภทลงในแบบฟอร์มหรือใช้วิธีคัดลอก
  5. นำจำนวนเงินของบัญชีหมวด 1 หมวด 2 และหมวด 3 ไปไว้ในงบดุลตามด้านที่ปรากฏในงบทดลอง (โดยวิธีคัดลอก)
  6. นำจำนวนเงินของบัญชี หมวด 4 และหมวด 5 ไปไว้ในงบกำไรขาดทุนตามที่ปรากฏในงบทดลอง (โดยวิธีคัดลอก)
  7. รวมยอดที่ช่องเดบิตและเครดิตของงบกำไรขาดทุนและงบดุล โดยเริ่มที่ช่องเดบิตของ งบกำไรขาดทุน
  8. ที่เหลือใช้วิธีคัดลอก
  9. หาผลต่างระหว่างช่องเดบิตและเครดิตของงบกำไรขาดทุนและงบดุล
    (ถ้าไม่มีข้อผิดพลาดผลต่างจะต้องเท่ากัน)
    โดยใช้สูตร และผลต่างที่ได้คือ กำไรสุทธิกับขาดทุนสุทธิ
    (ถ้าช่องเดบิตของงบกำไรขาดทุน < ช่องเครดิต แสดงว่ากำไรสุทธิ
    แต่ถ้าช่องเดบิตของงบกำไรขาดทุน > ช่องเครดิตแสดงว่าขาดทุนสุทธิ)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

copy right @2007 http://account367.awardspace.com : ann_.111@hotmail.com